สรุปสาระสังเขป

Imageธุรกิจกับการบริหารจัดการ

             จุดประสงค์ของการทำธุรกิจคือทำอย่างไรให้ขายได้และมีกำไร กระบวนทัศน์แบบเดิมนักธุรกิจมักมองโอกาสการทำธุรกิจจากกิเลสของตัวเอง จากความชอบ ความสนใจ ความถนัด พยายามผลิตสินค้าออกมาขาย เมื่อธุรกิจใดไปได้ดีก็จะมีคนอื่นแห่เข้ามาทำตาม เกิดการแข่งขันสูง เนื่องจากอุปทานมากกว่าอุปสงค์ท้ายที่สุดก็แข่งขันกันด้านราคา และก็ขาดทุน เสียหายหรือพออยู่ได้เท่านั้น ในโลกใบใหม่ที่ลูกค้าเป็นใหญ่มีอำนาจต่อรอง บางคนบอกว่าลูกค้าเป็นผู้ตัดสินอนาคตของธุรกิจเราเลยที่เดียว เมื่อเป็นเช่นนี้เราต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการทำธุรกิจเสียใหม่ โดยมองโอกาสทางธุรกิจจากกิเลสของลุกค้า ว่าลูกค้ามีกิเลสอยากได้อะไร มีข้อร้องเรียนหรืออะไรที่ยังไม่มีใครตอบสนอง เราต้องค้นหาให้เจอแล้วทำธุรกิจมุ่งตอบสนองความต้องการดังกล่าวให้ได้ทำที่ลูกค้าคาดหวัง เรียกว่า Customization พยายามสร้างความแตกต่างไปจากผู้อื่นด้วยสิ่งที่เราถนัด เป็นจุดแข็งในการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน ลอกเลียนแบบยาก เช่น เรื่องการออกแบบ นวัตกรรมใหม่ ๆ การที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้หรือเข้ามาสู่ธุรกิจที่เราทำได้ยาก อุปทานย่อมมีน้อยกว่าอุปสงค์ ผู้ขายหรือผู้ผลิตก็สามารถขายได้กำไรสูงเพราะลูกค้ายินดีที่จะจ่ายเพื่อให้ได้คุณค่าในตัวสินค้าและบริการที่มีความแตกต่างนั้น

Image

ลักษณะของธุรกิจขนาดย่อม

ในการกำหนดลักษณะที่เป็นองค์ประกอบของธุรกิจขนาดย่อม ได้แก่ ด้านเงินลงทุนของธุรกิจได้รับจากบุคคลเพียงคนเดียวหรือเพียงไม่กี่คน ยกเว้นในบางกรณีที่อาจมาจากบุคคล 15 หรือ 20 คน ในด้านขอบเขตการดำเนินงานจะอยู่ในระดับท้องถิ่น ยกเว้นหน้าที่การตลาด เมื่อเทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมแล้ว ธุรกิจนั้นมีขนาดเล็ก จำนวนบุคลากรในธุรกิจมีน้อยกว่า 100 คน

อย่างไรก็ตามในการพิจารณาธุรกิจขนาดย่อมบางประเภท เราไม่อาจใช้หลักเกณฑ์ที่กล่าวข้างต้นได้ครบทุกหลักเกณฑ์ เช่น บริษัทจัดหางานซึ่งมีเครือข่ายหาแหล่งคนงานในหลาย ๆ จังหวัด เป็นต้น

Image

โอกาสและผลตอบแทนของผู้ประกอบการ

การที่ผู้ประกอบการต้องระดมความคิดและทำงานอย่างทุ่มเทภายใต้ความกดดันในด้านต่าง ๆ เพื่อเผชิญกับความเสี่ยงทั้งในด้านการเงิน เวลาและอาชีพของตน เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสและผลตอบแทนที่จะได้รับ ซึ่งแรงกระตุ้นที่เป็นแรงผลักดันให้บุคคลเข้าไปเป็นผู้ประกอบการนั้นอาจอู่ในรูปทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน ดังนั้นก่อนที่จะเข้ามาประกอบการผู้ที่จะเป็นผู้ประกอบการผู้ที่จะเป็นผู้ประกอบการควรพิจารณาถึงโอกาสและผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจขนาดย่อมของตนเอง

Image

ธุรกิจชุมชนเป็นไปได้

ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นตัวแปรแห่งความสำเร็จและความล้มเหลวของธุรกิจชุมชน ที่เป็นแนวทางให้ผู้ที่จะตั้งธุรกิจชุมชนต้องพิจารณาและนำมาสร้างสรรค์ให้เป็นจริงเพื่อความสำเร็จของธุรกิจชุมชน ได้แก่

1. ความสามารถในการระดมทุน

2. ความสามารถในการขยายกิจกรรม (สายงานการผลิตและการค้า)

3. รายได้ของผู้ร่วมธุรกิจชุมชน

4. ประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับ

5. ผลการดำเนินงานของธุรกิจชุมชน

6. การพึ่งพาภายนอกและการพึ่งตนเอง

Image

การขยายตัวของเกษตรกรรมยั่งยืน

การขยายตัวของเกษตรกรรมยั่งยืนในสังคมไทยมีรากฐานจาก 3 ด้าน  ด้านแรก คือ การทดลองและส่งเสริมเทคนิคและรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืนขององค์กรพัฒนาเอกชน  ด้านที่สอง คือ การเข้ามาของแนวคิดและวิธีปฏิบัติการเกษตรจากต่างประเทศ ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ เกษตรกรรมฟื้นฟู รวมทั้งเกษตรกรรมถาวร  ด้านที่สาม คือ แนวคิดและวิธีปฏิบัติการเกษตรองเกษตร

เกษตรกรรมยั่งยืนที่ขยายตัวอย่างกว้างขวางในสังคมไทย เกิดขึ้นบนฐานของแนวคิดและวิธีปฏิบัติของเกษตรกรไทย มากกว่าจะเป็นฐานการทดลองขององค์กรพัฒนาเอกชนหรือแนวคิดและวิธีปฏิบัติเกษตรกรรมยั่งยืนจากต่างประเทศ สามารถพิจารณาจากการขยายตัวของเกษตรผสมผสานได้อย่างสำคัญ

ผู้ขียนสรุปสาระสังเขป : นางสาวสุนิศรา   คือใคร

Posted in Uncategorized | Leave a comment

บทความ…SMEs รู้จักกันดีรึยัง

SMEs รู้จักกันดีรึยัง

Image

SMEs  คืออะไร

SMEs  ย่อมาจากคำว่า  Small and Medium  Enterprises

แปลว่า  วิสาหกิจ/ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

จากการที่ธุรกิจขนาดย่อม เป็นธุรกิจขนาดเล็กมีการลงทุนในการดำเนินงานไม่สูง ทางการดำเนินธุรกิจส่วนมากแล้วอยู่ในรูปของการดำเนินการภายในครอบครัว โดยมีหัวหน้าครอบครัวทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเอง และมีหน้าที่ในการตัดสินใจในการบริหารคน เงิน เครื่องจักร และวัสดุ โดยใช้หลักการบริหาร ฉะนั้น ผู้ดำเนินการจัดการหรือบริหารธุรกิจขนาดย่อมควรที่จะต้องศึกษาหลักการบริหารและจัดการเบื้องต้น เพื่อทำการบริหารธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จดังที่จะได้ศึกษาต่อไปในบทนี้

ความหมายและองค์ประกอบของการจัดการธุรกิจขนาดย่อม 

ความหมายของการจัดการธุรกิจขนาดย่อม

คำว่า “การจัดการ” โดยทั่วไปหมายถึง ลักษณะของการปฏิบัติงาน แต่คำว่า “การบริหาร” โดยทั่วไปใช้ในการกำหนดเป้าหมายให้พนักงานปฏิบัติตามรวมถึงการบริหารราชการและการบริหารธุรกิจ อย่างไรก็ตามคำทั้งสองได้ถูกนำมาใช้แทนกันอยู่เสมอ โดยที่การบริหารจะเน้นในเรื่องการบริหารหรือการจัดการที่เกี่ยวกับนโยบายชั้นสูง หรือส่วนราชการ การจัดการ จะเน้นในเรื่องการจัดหรือดำเนินการตามนโยบายที่กำหนดไว้ หรือใช้กับกิจกรรมที่ประกอบธุรกิจ

ต่อไปนี้จะให้คำนิยาม “การจัดการ” ในเชิงธุรกิจเพื่อที่จะนำไปสู่ความหมายของการจัดการธุรกิจขนาดย่อมต่อไป โดยแสดงให้เห็นถึงกระบวนการหรือหน้าที่ในการจัดการดังต่อไปนี้

การจัดการ หมายถึง การจัดทรัพยากรการบริหารมาใช้ในการดำเนินการ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันประกอบด้วยกระบวนการวางแผน การควบคุม การอำนวยการและประสานการทำงานของฝ่ายต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างราบรื่น เพื่อให้ธุรกิจบรรลุผลสำเร็จตามแผนงานและโครงการที่วางไว้

การจัดการธุรกิจขนาดย่อม หมายถึง กระบวนการวางแผนการจัดองค์การ การบริหารงานด้านต่าง ๆ ของธุรกิจขนาดย่อมที่ดำเนินการ อันประกอบไปด้วยขั้นตอนแรกในการนำวัตถุดิบเข้ามา ผ่านขบวนการผลิตหรือขั้นตอนการบริการต่าง ๆ ออกมาเป็นสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เป็นที่ถูกใจและประทับใจลูกค้า

องค์ประกอบของการจัดการธุรกิจขนาดย่อม

จากความหมายของการจัดการธุรกิจขนาดย่อมที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า การจัดการธุรกิจขนาดย่อมมีองค์ประกอบที่สำคัญดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. วัตถุประสงค์และเป้าหมาย ธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดย่อมไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้าหรือบริการจะต้องมีการตั้งวัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการดำเนินกิจการไว้เสมอ อาจจะเป็นกำไร ความประทับใจของลูกค้า เป็นต้น ได้แก่คน เครื่องจักร เงินทุน และวัตถุดิบ

2. กระบวนการจัดการธุรกิจขนาดย่อม ประกอบด้วย การวางแผน การจัดองค์การ การบริหารงานบุคคล การอำนวยการ และการควบคุมงาน

ความสำคัญของการจัดองค์การธุรกิจขนาดย่อม

ผู้บริหารหรือผู้จัดการธุรกิจขนาดย่อม จะเป็นผู้วางแผนในการนำทรัพยากรทั้ง 4 หรือที่ เรียกว่า สี่เอ็ม อันประกอบไปด้วย คน เงิน เครื่องจักร และวัตถุดิบมาผ่านกระบวนการบริหาร 5 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน การจัดองค์การ การบริหารงานบุคคล การอำนวยการและการควบคุมงาน เพื่อให้การดำเนินงานของธุรกิจขนาดย่อมบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ที่กำหนดไว้

สินค้าที่ผลิตออกมาจำหน่ายหรือการบริการต่าง ๆ ก็ตามสิ่งที่สำคัญก็คือต้องเป็นที่ต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับการบริการต้องสร้างความประทับใจให้ลูกค้า และส่งงานตรงตามเวลาที่กำหนด ส่วนธุรกิจที่ผลิตสินค้านั้น ผู้ควบคุมการผลิตจะต้องทราบถึงความต้องการของลูกค้าและพยายามพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ ตามความต้องการของลูกค้า

ประโยชน์ของการจัดการทางธุรกิจขนาดย่อม

ก่อให้เกิดประโยชน์ต่าง ๆ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถศึกษาวิเคราะห์ ตรวจสอบ และคาดคะเนเหตุการณ์ต่าง ๆ ในธุรกิจที่กำลังดำเนินการได้

2. ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาสินค้าหรือบริการในด้านคุณภาพและรูปแบบ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย

3. ช่วยประสานงานการทำงานของฝ่ายต่าง ๆ ในองค์การธุรกิจให้สามารถดำเนินไปอย่างราบรื่นประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้

ทรัพยากรการจัดการธุรกิจขนาดย่อม

การจัดการธุรกิจขนาดย่อมโดยทั่วไป เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ย่อมประกอบไปด้วยทรัพยากรในการจัดการธุรกิจขนาดย่อม ซึ่งประกอบด้วยทรัพยากร 4 M ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. คน เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจขนาดย่อมเป็นอย่างมาก เพราะการดำเนินงานการบริหารหรือจัดการธุรกิจ หรือควบคุมเครื่องจักรกลในการผลิตต่าง ๆ ต้องอาศัยคนเป็นหลัก งานและการสร้างสรรค์คุณภาพงาน

2. เครื่องจักร เป็นทรัพย์สินถาวรที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการต่าง ๆ แก่ลูกค้า

3. เงินทุน เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ได้ซึ่งทรัพยากรการจัดการอื่น ๆ ช่วยให้ธุรกิจ ดำเนินไปอย่างราบรื่น เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินการจัดธุรกิจขนาดย่อมให้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย เงินทุนที่นำมาใช้ในรูปของการซื้อเครื่องจักร สร้างอาคาร และซื้อวัตถุดิบ เป็นต้น

4. วัตถุดิบ คือ วัตถุดิบและวัสดุสิ่งของต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ในกระบวนการผลิต วัตถุดิบควรจะอยู่ใกล้กับสถานประกอบการ เพื่อความประหยัดในการขนส่ง และความมั่นใจในการมีวัตถุดิบป้อนให้โรงงานตลอดปี

จะเห็นว่าการประกอบธุรกิจขนาดย่อมนั้น ผู้จัดการมักจะเป็นเจ้าของธุรกิจเอง เงินทุนที่ใช้หมุนเวียนก็มีน้อย ประกอบกับเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ฉะนั้นเครื่องจักรกลจึงใช้ไม่มากนัก และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ วัตถุดิบที่ป้อนให้แก่โรงงานนั้นจะต้องเป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และจัดหาได้ง่ายในบริเวณที่ประกอบธุรกิจนั้น ๆ

ของธุรกิจขนาดย่อม

การประกอบธุรกิจขนาดย่อมจะประกอบไปด้วยทรัพยากรการจัดการทั้ง 4 ประการดังกล่าวแล้ว การดำเนินการธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้มากขึ้น ถ้ามีปัจจัยมาเสริมอีก 4 ประการ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

       การตลาด หมายถึง การผลิตสินค้าออกมาได้คุณภาพใกล้เคียงกับบริษัทคู่แข่ง สิ่งที่ต้องคำนึงต่อไปก็คือ การตลาด ฉะนั้นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อมต้องศึกษาความต้องการของผู้บริโภคว่ามีความต้องการอย่างไร เช่น ปริมาณต่อราคาสินค้าที่ขาย การพัฒนาสินค้าของบริษัทคู่แข่ง ตลอดจนส่วนลดของการซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก เป็นต้น

ระบบการปฏิบัติงาน หมายถึง ระเบียบ กฎเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติงานที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารและผู้จัดการควรจัดรูปแบบของงานแต่ละตำแหน่งหน้าที่ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน รวมทั้งระบบการทำงานของพนักงาน เพื่อให้พนักงานปฏิบัติตามกฎระเบียบอันจะก่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน และลดอุบัติเหตุตลอดจนก่อให้เกิดการเพิ่มผลผลิตภายในโรงงานอุตสาหกรรมอีกด้วย

       การบริหาร เป็นวิธีการจัดการทรัพยากรประเภทต่าง ๆ ได้แก่ คน เครื่องจักร วัตถุดิบ ให้มีการประสานงานและความสัมพันธ์กันอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

การจูงใจ เป็นเทคนิคของผู้บริหาร หรือฝ่ายการจัดการในระดับต่าง ๆ ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของงานให้มากขึ้น การจูงใจมีอยู่หลายอย่าง เช่น เอาตำแหน่งหน้าที่เป็นการจูงใจ หรือใช้เงินเป็นสิ่งจูงใจ การจูงใจจะได้ผลมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคและประสบการณ์ของผู้บริหาร ถ้าการจูงใจได้ผลแล้วจะทำให้พนักงานเกิดความมุมานะ และความจงรักภักดีต่อองค์การ

กระบวนการจัดการธุรกิจขนาดย่อม

กระบวนการ จัดการธุรกิจ หมายถึง การดำเนินการธุรกิจขนาดย่อมตามขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การวางแผนการทำธุรกิจ การจัดองค์การ การบริหารพนักงาน การอำนวยการและควบคุม โดยนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ธุรกิจบรรลุความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้

กระบวนการจัดการทางธุรกิจขนาดย่อม มี 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้

1. การวางแผน หมายถึง การประเมินสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างมีหลักเกณฑ์ และดำเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การวางแผนที่ดีหลังจากดำเนินการเสร็จแล้วจะต้องมีการวัดผลและประเมินผล เพื่อหาปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ มาแก้ไขต่อไป

2. การจัดองค์การ หมายถึง การประกอบธุรกิจขนาดย่อมนั้น หน่วยงานภายในองค์การหรือบริษัทมีน้อย เพราะเงินทุนในการดำเนินการส่วนใหญ่แล้วจะมีชิ้นส่วนของพนักงานในการผลิตสินค้า ฝ่ายบัญชี และฝ่ายบุคลากร โดยมีเจ้าของผู้ประกอบการเป็นผู้จัดการโดยตรง ซึ่งต่างจากบริษัทหรือโรงงานขนาดใหญ่ ในบางครั้งพนักงานในโรงงานหรือบริษัทขนาดย่อมจะทำงานหลาย ๆ หน้าที่พร้อม ๆ กัน

3. การบริหารพนักงาน หมายถึง เนื่องจากธุรกิจขนาดย่อมมีพนักงานภายในน้อย สายงานภายในก็มีไม่มาก หรือบางครั้งเป็นธุรกิจภายในครอบครัว เพราะฉะนั้นการบริหารบางครั้งก็ไม่ตรงตามหลักวิชาการมากนัก การเข้าออกของพนักงานภายในบริษัทหรือสถานประกอบการก็มีสูง ทำให้ต้องมีการรับพนักงานบ่อยครั้ง

4. การอำนวยการ หมายถึง ส่วนมากแล้วเจ้าของผู้ประกอบการหรือผู้จัดการจะประสานกับพนักงานเอง สั่งการเอง ไม่ได้แยกออกเป็นแผนกหรือสายงาน ถ้าผู้บริหารขาดความเป็นผู้นำ และไม่มีความรู้ทางการบริหารและการจัดการจะทำให้เกิดปัญหาในการบริหาร

5. การควบคุมงาน หมายถึง จากการที่ธุรกิจขนาดย่อม เป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจภายในครอบครัว การควบคุมงาน การดำเนินการไปอย่างหยาบ ๆ การควบคุมส่วนมากจะเป็นการควบคุมโดยใช้สายตาและเปรียบเทียบกับปริมาณงานที่ทำได้ในแต่ละวัน โดยเปรียบเทียบกับพนักงานคนอื่นที่ได้รับมอบงานเหมือน ๆ กัน ไม่ต้องใช้เทคนิคและวิธีการในการตรวจสอบมากนัก

สรุป

             ธุรกิจขนาดย่อม หมายถึง ธุรกิจที่เป็นอิสระมีเอกชนเป็นเจ้าของดำเนินการโดยเจ้าของเอง ไม่เป็นเครื่องมือของธุรกิจใดไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคล หรือธุรกิจอื่น มีต้นทุนในการดำเนินงานต่ำและมีพนักงานจำนวนไม่มาก

  ความสำคัญของธุรกิจขนาดย่อม

1.  ธุรกิจขนาดย่อมช่วยในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากธุรกิจขนาดย่อม
ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้จากกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจไปสู่กลุ่มคนต่าง ๆ ทำให้เกิดการจ้างงาน
และประชาชน มีรายได้ ซึ่งเป็นตัวช่วยให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมดีขึ้น
2.  ธุรกิจขนาดย่อมเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจขนาดใหญ่เพราะความเจริญก้าวหน้าของธุรกิจขนาดย่อม
ทำให้ธุรกิจมั่นคงมียอดการผลิตที่สูงขึ้น และมีการนำเทคโนโลยีที่สูงขึ้นมาใช้ในการผลิตซึ่งสิ่งเหล่านี้
เป็นฐานไปสู่ธุรกิจขนาดใหญ่
3.  ธุรกิจขนาดย่อมเป็นแหล่งผลิตสินค้าใหม่ ๆ เป็นการรวมกลุ่มของบุคคลร่วมกันคิด
และผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาด โดยที่ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่กล้าเสี่ยงต่อการลงทุน

ผู้ขียนบทความ : นางสาวสุนิศรา   คือใคร

Posted in Uncategorized | 8 Comments

การรวมอำนาจ และการกระจายอำนาจ

ชื่อเรื่อง  : การจัดการสำนักงาน

ผู้แต่ง  :  เนตร์พัณณา  ยาวิราช

ผู้จัดพิมพ์  :  หจก.มณฑลการพิมพ์

ปีที่พิมพ์  :  2543

จำนวนหน้า  :  380 หน้า

เลขเรียกหนังสือ :  974-625-128-7

สาระสังเขป  

การรวมอำนาจ และการกระจายอำนาจ

Image

             การรวมอำนาจและการกระจายอำนาจในองค์การต่าง ๆ หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้กระจายออกไปมากหรือน้อยตามความเหมาะสมกับลักษณะงานแต่ละชนิด การกระจายอำนาจนับเป็นสิ่งสมควรกระทำ  เพราะเป็นการกระอำนาจในการตัดสินใจ ลดภาระการทำงานลง ช่วยประหยัดเวลา ทำให้เกิดความสะดวก คล่องตัวสามารถให้บริการที่เร็วกว่า ในขณะเดียวกันงานบางชนิดไม่สามารถกระจายอำนาจได้ อาจเนื่องมาจากงานนี้มีผู้เชี่ยวชาญรับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว หรือเป็นงานที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก หรือผู้บริหารต้องการให้นโยบายการออกคำสั่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผู้บริหารระดับสูงนิยมกระจายอำนาจและการกระจายอำนาจควบคู่กันไป เพื่อความเหมาะสม

การรวมอำนาจ หมายถึง การรวมอำนาจในการสั่งการและตัดสินใจไว้ที่บุคคลเพียงคนเดียวทำให้การสั่งการ นโยบายต่าง ๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกันและบุคลากรเกิดความชำนาญเฉพาะด้านการประสานงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

การกระจายอำนาจ หมายถึง การที่ผู้บริหารกระจายอำนาจในการตัดสินใจไปยังผู้บริหารทุกระดับ มีอำนาจในการสั่งการ และตัดสินใจได้ภายในขอบเขตที่กำหนดเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของผู้บริหารระดับสูง ช่วยให้การบริหารงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วและทันเหตุการณ์ และเป็นการฝึกฝนบุคลากรให้มีความสามารถในการตัดสินใจ และรับผิดชอบ

Image

การจัดโครงสร้างการบริหารภายในองค์การ

1. โครงสร้างองค์การแบบหน่วยงานหลัก หมายถึง การจัดโครงสร้างองค์การที่มีสายการบังคับบัญชาหลักเป็นผู้สั่งการควบคุม การดำเนินงานตามสายการบังคับบัญชาจากบนลงล่าง หรือผู้บริหารสูงสุดลงมายังผู้บริหารระดับล่าง หรือการรับฟังข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น การกำหนดนโยบายจากผู้บริหารระดับล่างเสนอขึ้นมา การกำหนดโครงสร้างองค์การแบบหน่วยงานหลักมีความเป็นทางการในการสั่งการบังคับบัญชาโดยตรง มีเอกภาพในการบังคับบัญชา แบ่งเป็นหน้าที่ต่างความสัมพันธ์ระหว่างลำดับชั้น

2. การจัดโครงสร้างองค์การแบบหน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา โครงสร้างองค์การแบบนี้ เป็นที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเป็นการเพิ่มหน่วยงานช่วยให้คำปรึกษาขึ้นมาอีกหน่วยงานหนึ่ง ช่วยให้เป็นการเสริมข้อบกพร่องของการจัดโครงสร้างองค์การแบบแรกได้ โดยมีหน่วยงานที่ปรึกษาผู้มีความชำนาญเฉพาะด้านให้คำปรึกษาแนะนำในด้านนั้น ๆ โดยตรง

ผู้ขียนสาระสังเขป : นางสาวสุนิศรา   คือใคร

Posted in Uncategorized | Leave a comment

ลักษณะของธุรกิจขนาดย่อม

ชื่อเรื่อง  : การจัดการธุรกิจขนาดย่อม

ผู้แต่ง  :  อำนาจ  ธีระวนิช

ผู้จัดพิมพ์  :  สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ปีที่พิมพ์  :  2546

จำนวนหน้า  :  407 หน้า

เลขเรียกหนังสือ :  974-537-188-2

สาระสังเขป  :

ลักษณะของธุรกิจขนาดย่อม

Image

             เมื่อกล่าวถึงความสำคัญของธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศแล้วเป็นเรื่องที่ง่ายต่อการอธิบายเพราะอยู่ในวิสัยที่เราสามารถมองเห็นได้ แต่สำหรับธุรกิจขนาดย่อมแล้วยากต่อการคาดการณ์และดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงเศษอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับบริษัทยักษ์ใหญ่เท่านั้น แม้ว่าธุรกิจขนาดย่อมจะไม่เป็นที่จับตามองสำหรับคนทั่วไป แต่ถือได้ว่าธุรกิจขนาดย่อมเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจในทุกประเทศ แม้ในสหรัฐอเมริกายังคงมีธุรกิจขนาดย่อมอยู่ถึงร้อยละ 98 ของหน่วยธุรกิจทั้งหมดและมีบทบาทอย่างเด่นชัดต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและโดยส่วนใหญ่ของธุรกิจขนาดย่อมจะอยู่ในอุตสาหกรรมค้าปลีกและการบริการ

การที่ธรรมชาติและกิจกรรมการดำเนินงานของธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ มีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย ตลอดจนหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ในการวัดขนาดของผลต่อการยอมรับหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนดขึ้น ดังนั้นการกำหนดขึ้น

Image

แม้ว่าการวัดขนาดธุรกิจแต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามหลักเกณฑ์โดยทั่วไปที่นำมาใช้ในการวัดขนาดของธุรกิจ คือ

  1. จำนวนของบุคลากร
  2. ยอดขาย
  3. มูลค่าสินทรัพย์
  4. ยอดเบี้ยประกัน (ในธุรกิจประกันภัย)
  5. ยอดเงินฝาก (ในธุรกิจธนาคาร)

ในการกำหนดลักษณะที่เป็นองค์ประกอบของธุรกิจขนาดย่อม ได้แก่

  1. ด้านเงินลงทุนของธุรกิจได้รับจากบุคคลเพียงคนเดียวหรือเพียงไม่กี่คน ยกเว้นในบางกรณีที่อาจมาจากบุคคล 15 หรือ 20 คน
  2. ในด้านขอบเขตการดำเนินงานจะอยู่ในระดับท้องถิ่น ยกเว้นหน้าที่การตลาด
  3. เมื่อเทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมแล้ว ธุรกิจนั้นมีขนาดเล็ก
  4. จำนวนบุคลากรในธุรกิจมีน้อยกว่า 100 คน

อย่างไรก็ตามในการพิจารณาธุรกิจขนาดย่อมบางประเภท เราไม่อาจใช้หลักเกณฑ์ที่กล่าวข้างต้นได้ครบทุกหลักเกณฑ์ เช่น บริษัทจัดหางานซึ่งมีเครือข่ายหาแหล่งคนงานในหลาย ๆ จังหวัด เป็นต้น

ผู้ขียนสาระสังเขป : นางสาวสุนิศรา   คือใคร

Posted in Uncategorized | Leave a comment

โอกาสและผลตอบแทนของผู้ประกอบการ

ชื่อเรื่อง  : การจัดการธุรกิจขนาดย่อม

ผู้แต่ง  :  อำนาจ  ธีระวนิช

ผู้จัดพิมพ์  :  สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ปีที่พิมพ์  :  2546

จำนวนหน้า  :  407 หน้า

เลขเรียกหนังสือ :  974-537-188-2

สาระสังเขป  :

โอกาสและผลตอบแทนของผู้ประกอบการ

Image

             การที่ผู้ประกอบการต้องระดมความคิดและทำงานอย่างทุ่มเทภายใต้ความกดดันในด้านต่าง ๆ เพื่อเผชิญกับความเสี่ยงทั้งในด้านการเงิน เวลาและอาชีพของตน เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสและผลตอบแทนที่จะได้รับ ซึ่งแรงกระตุ้นที่เป็นแรงผลักดันให้บุคคลเข้าไปเป็นผู้ประกอบการนั้นอาจอู่ในรูปทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน ดังนั้นก่อนที่จะเข้ามาประกอบการผู้ที่จะเป็นผู้ประกอบการผู้ที่จะเป็นผู้ประกอบการควรพิจารณาถึงโอกาสและผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจขนาดย่อมของตนเอง

Image

               โอกาสที่จะกำหนดชีวิตของตนเอง การเป็นเจ้าของกิจการทำให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดชีวิตของตนเองโดยไม่ขึ้นต่อคนอื่นเหมือนกับที่ต้องทำงานในองค์การขนาดใหญ่ นอกจากนั้นยังสามารถทำในสิ่งที่ต้องการและใช้กิจการของตนเองสนองตอบต่อความต้องการในชีวิต

โอกาสที่จะสร้างความแตกต่าง ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งต้องการที่จะเริ่มธุรกิจของตนเองเพราะได้เห็นโอกาสที่จะสร้างความแตกต่างไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ การบริการ การจัดการและอื่น ๆ  ซึ่งความแตกต่างนี้ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อเขา ความสำเร็จในการสร้างความแตกต่างจึงถือเป็นรางวัลแห่งชีวิต

โอกาสที่จะทำงานเต็มตามศักยภาพ คนจำนวนมากต้องประสบกับสภาพการทำงานที่น่าเบื่อจำเจและไม่มีความท้าทาย แต่สภาพเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการเพราะธุรกิจของผู้ประกอบการเป็นเสมือนหนึ่งเครื่องมือที่ทำให้เขาพิสูจน์ความสามารถของตนเองและใช้เป็นวิถีแห่งความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้ประกอบการเป็นจำนวนมากจึงเป็นจำนวนมากจึงเป็นผู้ที่ระดมความสามารถ ทักษะและความตั้งใจทั้งมวลเพื่อเผชิญกับความท้าทายต่อความสำเร็จของกิจการ อุปสรรคต่อความสำเร็จจึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ประกอบการเองที่สร้างสรรค์ตั้งใจและกระตือรือร้นในการทำงานอย่างเต็มศักยภาพ

โอกาสที่จะได้รับความพึงพอใจส่วนบุคคล ผู้ประกอบการมักจะกล่าวถึงความพอใจส่วนบุคคลจากประสบการณ์ในธุรกิจที่ตนเองเป็นเจ้าของอยู่เสมอ ๆ บางครั้งจะคุยถึงธุรกิจที่ทำอยู่อย่างมีความสุข ซึ่งความพึงพอใจนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความเป็นอิสระดังกล่าวมาข้างต้น แต่บางส่วนเกิดจากลักษณะพิเศษของธรรมชาติทางธุรกิจและโอกาสอันเกิดจากบทบาทของผู้ประกอบการในธุรกิจของตน แม้ว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะต้องการให้ธุรกิจของตนเองเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังต้องการความสุขสบายควบคู่กันไปด้วย

โอกาสในการเกื้อหนุนสังคมและได้รับการยอมรับจากบุคคลอื่น เจ้าของธุรกิจขนาดย่อมถือเป็นกลุ่มบุคคลที่ได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากสังคม นอกจากนั้นกิจการของธุรกิจขนาดย่อมยังถือว่าเป็นกิจการที่มีส่วนเกื้อหนุนชุมชนที่กิจการประกอบธุรกิจอยู่

ผู้ขียนสาระสังเขป : นางสาวสุนิศรา   คือใคร

Posted in Uncategorized | Leave a comment

ธุรกิจกับการบริหารจัดการ

ชื่อเรื่อง  :  10 แนวคิดการจัดการ สู่ 10 ขั้นตอนการบริหาร SMEs

บรรณาธิการ  :   รองศาสตราจารย์ ชัยยศ  สันติวงษ์

ผู้จัดพิมพ์ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. คณะบริหารธุรกิจ. ภาควิชาการจัดการ

ปีที่พิมพ์ : 2550

เลขหน้า :   275 หน้า

สาระสังเขป :

ธุรกิจกับการบริหารจัดการ

Image

              ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั่วไปจะมองปัจจัยหลักอยู่ 4 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยี ด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม แม้จะแยกออกมาเป็น 4 ปัจจัยแต่ว่าแต่ละปัจจัยล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องและกระทบซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามผลสุดท้ายออกมาที่เศรษฐกิจและสังคมนั่นเองซึ่งเป็นเรื่องปากท้องและความเป็นอยู่ของคนทั่วไป การพิจารณาปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกจะเริ่มที่ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยีเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เนื่องจากปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีผลกระทบระยะยาวต่อมวลมนุษยชาติ ทำให้ระบบเศรษฐกิจและวิถีการดำรงชีวิตคนในสังคมเปลี่ยนไป ดังเห็นได้จากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนไปเป็นระบบเศรษฐกิจที่ไม่อิงสถานที่ เวลา ระยะทาง เป็นตลาดพาณิชย์อิเลคทรอนิคส์สังคมโลกที่สามารถติดต่อเชื่อมโยงกันได้ทุกหนแห่งถือย่อเล็กลงเหลือเพียงหึ่งเดียวที่เรียกว่า Global Village การที่ระบบเศรษฐกิจและสังคมมีความเชื่อมโยงถึงกันและเอื้อเกื้อกูลกันหรือเป็นอุปสรรคกันก็มีผลมาจากปัจจัยด้านการเมืองที่รัฐบาลจะมีนโยบายการเมืองระหว่างประเทศและภายในประเทศอย่างไร

Image              จุดประสงค์ของการทำธุรกิจคือทำอย่างไรให้ขายได้และมีกำไร กระบวนทัศน์แบบเดิมนักธุรกิจมักมองโอกาสการทำธุรกิจจากกิเลสของตัวเอง จากความชอบ ความสนใจ ความถนัด พยายามผลิตสินค้าออกมาขาย เมื่อธุรกิจใดไปได้ดีก็จะมีคนอื่นแห่เข้ามาทำตาม เกิดการแข่งขันสูง เนื่องจากอุปทานมากกว่าอุปสงค์ท้ายที่สุดก็แข่งขันกันด้านราคา และก็ขาดทุน เสียหายหรือพออยู่ได้เท่านั้น ในโลกใบใหม่ที่ลูกค้าเป็นใหญ่มีอำนาจต่อรอง บางคนบอกว่าลูกค้าเป็นผู้ตัดสินอนาคตของธุรกิจเราเลยที่เดียว เมื่อเป็นเช่นนี้เราต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการทำธุรกิจเสียใหม่ โดยมองโอกาสทางธุรกิจจากกิเลสของลุกค้า ว่าลูกค้ามีกิเลสอยากได้อะไร มีข้อร้องเรียนหรืออะไรที่ยังไม่มีใครตอบสนอง เราต้องค้นหาให้เจอแล้วทำธุรกิจมุ่งตอบสนองความต้องการดังกล่าวให้ได้ทำที่ลูกค้าคาดหวัง เรียกว่า Customization พยายามสร้างความแตกต่างไปจากผู้อื่นด้วยสิ่งที่เราถนัด เป็นจุดแข็งในการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน ลอกเลียนแบบยาก เช่น เรื่องการออกแบบ นวัตกรรมใหม่ ๆ การที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้หรือเข้ามาสู่ธุรกิจที่เราทำได้ยาก อุปทานย่อมมีน้อยกว่าอุปสงค์ ผู้ขายหรือผู้ผลิตก็สามารถขายได้กำไรสูงเพราะลูกค้ายินดีที่จะจ่ายเพื่อให้ได้คุณค่าในตัวสินค้าและบริการที่มีความแตกต่างนั้น

ผู้ขียนสาระสังเขป : นางสาวสุนิศรา   คือใคร

Posted in Uncategorized | 1 Comment

sunisara's avatarsunisara

ชื่อเรื่อง  : ความรู้กับการเมืองเรื่องทรัพยากร

ผู้แต่ง  :  อนุสรณ์  อุณโณ

ผู้จัดพิมพ์  :  ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

ปีที่พิมพ์  :  2548

จำนวนหน้า  :  280 หน้า

เลขเรียกหนังสือ :  974-92954-1-2

สาระสังเขป  :

การขยายตัวของเกษตรกรรมยั่งยืน

Image

                การขยายตัวของเกษตรกรรมยั่งยืนในสังคมไทยมีรากฐานจาก 3 ด้าน  ด้านแรก คือ การทดลองและส่งเสริมเทคนิคและรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืนขององค์กรพัฒนาเอกชน  ด้านที่สอง คือ การเข้ามาของแนวคิดและวิธีปฏิบัติการเกษตรจากต่างประเทศ ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ เกษตรกรรมฟื้นฟู รวมทั้งเกษตรกรรมถาวร  ด้านที่สาม คือ แนวคิดและวิธีปฏิบัติการเกษตรองเกษตร

เกษตรกรรมยั่งยืนที่ขยายตัวอย่างกว้างขวางในสังคมไทย เกิดขึ้นบนฐานของแนวคิดและวิธีปฏิบัติของเกษตรกรไทย มากกว่าจะเป็นฐานการทดลองขององค์กรพัฒนาเอกชนหรือแนวคิดและวิธีปฏิบัติเกษตรกรรมยั่งยืนจากต่างประเทศ สามารถพิจารณาจากการขยายตัวของเกษตรผสมผสานได้อย่างสำคัญ

Image

                 แม้ต่อมาจะมีการสร้างมโนทัศน์ให้กับรูปแบบและเทคนิคการเกษตรต่าง ๆ โดยอาศัยมโนทัศน์จากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรมทางเลือก (alternative  agriculture) หรือเกษตรกรรมยั่งยืน (sustainable  agriculture) ทว่าแนวความคิดและวิธีปฏิบัติการเกษตรในแนวทางเหล่านี้ ส่วนใหญ่พัฒนามาจากการปฏิบัติจริง มาจากประสบการณ์การคิดค้นพัฒนา ลองผิดลองถูกของเกษตรกร แล้วเอาระบบการเกษตรดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องมาพัฒนาให้เข้ากับแนวคิดต่างประเทศ เพื่อให้อยู่ในกระแสเดียวกัน ซึ่งจะมีพลังในการขับเคลื่อนขยายผล ทั้งนี้ยังไม่นับรวมวิธีการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนขององค์กรพัฒนาเอกชน ที่เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาดูงานรูปแบบและเทคนิคการเกษตรของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งนับเป็นการให้ความสำคัญกับภมิปัญญาชาวบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรอย่างสำคัญ

ผู้ขียนสาระสังเขป : นางสาวสุนิศรา   คือใคร

View original post

Posted in Uncategorized | Leave a comment

การขยายตัวของเกษตรกรรมยั่งยืน

ชื่อเรื่อง  : ความรู้กับการเมืองเรื่องทรัพยากร

ผู้แต่ง  :  อนุสรณ์  อุณโณ

ผู้จัดพิมพ์  :  ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

ปีที่พิมพ์  :  2548

จำนวนหน้า  :  280 หน้า

เลขเรียกหนังสือ :  974-92954-1-2

สาระสังเขป  :

การขยายตัวของเกษตรกรรมยั่งยืน

Image

                การขยายตัวของเกษตรกรรมยั่งยืนในสังคมไทยมีรากฐานจาก 3 ด้าน  ด้านแรก คือ การทดลองและส่งเสริมเทคนิคและรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืนขององค์กรพัฒนาเอกชน  ด้านที่สอง คือ การเข้ามาของแนวคิดและวิธีปฏิบัติการเกษตรจากต่างประเทศ ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ เกษตรกรรมฟื้นฟู รวมทั้งเกษตรกรรมถาวร  ด้านที่สาม คือ แนวคิดและวิธีปฏิบัติการเกษตรองเกษตร

เกษตรกรรมยั่งยืนที่ขยายตัวอย่างกว้างขวางในสังคมไทย เกิดขึ้นบนฐานของแนวคิดและวิธีปฏิบัติของเกษตรกรไทย มากกว่าจะเป็นฐานการทดลองขององค์กรพัฒนาเอกชนหรือแนวคิดและวิธีปฏิบัติเกษตรกรรมยั่งยืนจากต่างประเทศ สามารถพิจารณาจากการขยายตัวของเกษตรผสมผสานได้อย่างสำคัญ

Image

                 แม้ต่อมาจะมีการสร้างมโนทัศน์ให้กับรูปแบบและเทคนิคการเกษตรต่าง ๆ โดยอาศัยมโนทัศน์จากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรมทางเลือก (alternative  agriculture) หรือเกษตรกรรมยั่งยืน (sustainable  agriculture) ทว่าแนวความคิดและวิธีปฏิบัติการเกษตรในแนวทางเหล่านี้ ส่วนใหญ่พัฒนามาจากการปฏิบัติจริง มาจากประสบการณ์การคิดค้นพัฒนา ลองผิดลองถูกของเกษตรกร แล้วเอาระบบการเกษตรดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องมาพัฒนาให้เข้ากับแนวคิดต่างประเทศ เพื่อให้อยู่ในกระแสเดียวกัน ซึ่งจะมีพลังในการขับเคลื่อนขยายผล ทั้งนี้ยังไม่นับรวมวิธีการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนขององค์กรพัฒนาเอกชน ที่เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาดูงานรูปแบบและเทคนิคการเกษตรของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งนับเป็นการให้ความสำคัญกับภมิปัญญาชาวบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรอย่างสำคัญ

Posted in Uncategorized | Leave a comment

การขยายตัวของเกษตรกรรมยั่งยืน

ชื่อเรื่อง  : ความรู้กับการเมืองเรื่องทรัพยากร

ผู้แต่ง  :  อนุสรณ์  อุณโณ

ผู้จัดพิมพ์  :  ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

ปีที่พิมพ์  :  2548

จำนวนหน้า  :  280 หน้า

เลขเรียกหนังสือ :  974-92954-1-2

สาระสังเขป  :

การขยายตัวของเกษตรกรรมยั่งยืน

Image

                การขยายตัวของเกษตรกรรมยั่งยืนในสังคมไทยมีรากฐานจาก 3 ด้าน  ด้านแรก คือ การทดลองและส่งเสริมเทคนิคและรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืนขององค์กรพัฒนาเอกชน  ด้านที่สอง คือ การเข้ามาของแนวคิดและวิธีปฏิบัติการเกษตรจากต่างประเทศ ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ เกษตรกรรมฟื้นฟู รวมทั้งเกษตรกรรมถาวร  ด้านที่สาม คือ แนวคิดและวิธีปฏิบัติการเกษตรองเกษตร

เกษตรกรรมยั่งยืนที่ขยายตัวอย่างกว้างขวางในสังคมไทย เกิดขึ้นบนฐานของแนวคิดและวิธีปฏิบัติของเกษตรกรไทย มากกว่าจะเป็นฐานการทดลองขององค์กรพัฒนาเอกชนหรือแนวคิดและวิธีปฏิบัติเกษตรกรรมยั่งยืนจากต่างประเทศ สามารถพิจารณาจากการขยายตัวของเกษตรผสมผสานได้อย่างสำคัญ

Image

                 แม้ต่อมาจะมีการสร้างมโนทัศน์ให้กับรูปแบบและเทคนิคการเกษตรต่าง ๆ โดยอาศัยมโนทัศน์จากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรมทางเลือก (alternative  agriculture) หรือเกษตรกรรมยั่งยืน (sustainable  agriculture) ทว่าแนวความคิดและวิธีปฏิบัติการเกษตรในแนวทางเหล่านี้ ส่วนใหญ่พัฒนามาจากการปฏิบัติจริง มาจากประสบการณ์การคิดค้นพัฒนา ลองผิดลองถูกของเกษตรกร แล้วเอาระบบการเกษตรดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องมาพัฒนาให้เข้ากับแนวคิดต่างประเทศ เพื่อให้อยู่ในกระแสเดียวกัน ซึ่งจะมีพลังในการขับเคลื่อนขยายผล ทั้งนี้ยังไม่นับรวมวิธีการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนขององค์กรพัฒนาเอกชน ที่เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาดูงานรูปแบบและเทคนิคการเกษตรของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งนับเป็นการให้ความสำคัญกับภมิปัญญาชาวบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรอย่างสำคัญ

ผู้ขียนสาระสังเขป : นางสาวสุนิศรา   คือใคร

Posted in Uncategorized | 1 Comment

ธุรกิจชุมชนเป็นไปได้

ชื่อเรื่อง  :  ธุรกิจชุมชนเส้นทางที่เป็นไปได้

ผู้แต่ง  :  ณรงค์  เพ็ชรประเสริฐ

ผู้จัดพิมพ์  :  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

ปีที่พิมพ์  :  2542

จำนวนหน้า  :  216  หน้า

เลขเรียกหนังสือ :  974-8196-57-7

สาระสังเขป  :

ธุรกิจชุมชนเป็นไปได้

Image

             ด้วยความคิดที่ว่า รัฐบาลจะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ยากจน รูปแบบการพัฒนาจึงได้มีการจัดองค์กรขึ้นมา 3 ระดับ คือ ระดับชาติ มีคณะกรรมการพัฒนาชนบท (กพช.) ระดับจังหวัด มีคณะกรรมการพัฒนาชนบทระดับจังหวัด และระดับท้องถิ่นให้สภาตำบลรับผิดชอบ

ด้านหลักของการศึกษาและการวางแผนตามแนวคิดนี้จึงละเลยบทบาทและพัฒนาการของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ละเลยการทำความเข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยภายในชุมชนและภายนอกชุมชน ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของวิถีการผลิตและแบบแผนการใช้ชีวิตทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน เป็นแนวคิดและแนวการวิจัยที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงวัตถุเป็นสำคัญ (เช่น บริการพื้นฐาน โครงการสร้างงาน เทคนิคการผลิต และระบบการตลาด) หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นแนวคิดที่ไม่ได้ยึด “คน” เป็นศูนย์กลาง จึงละเลยการศึกษาเรื่อง “ชุมชน” และเศรษฐกิจของชุมชน หรือวิถีการยังชีพ (mode of living) ของชุมชนความสนใจในเรื่องชุมชน ได้แรงบันดาลใจจาก ดร.ป๋วย  อึ๊งภากรณ์ ได้สร้างโครงการทดลองชื่อ โครงการ “บูรณะชุมชนสมบูรณ์” ที่ลุ่มน้ำแม่กลอง มาตั้งแต่ปี 2512 โดยดร.ป๋วย เห็นว่า

การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเดียวก็ย่อมพิจารณาได้เฉพาะวัตถุ ไม่ได้พิจารณาต่อไป

ถึงจิตใจของประชาชนไม่ได้พิจารณาถึงความสงบเรียบร้อยปลอดจากโจรผู้ร้าย เป็นต้น

ถ้าหากเราไม่สามารถพิจารณาได้สมบูรณ์แบบแล้วพอเราแก้ปัญหาชนิดใดชนิดหนึ่งได้

ก็ย่อมเกิดปัญหาชนิดหนึ่งโครงการของ ดร.ป๋วย  จึงต้องศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนา

อาชีพ ประเพณี และวัฒนธรรมของชาวบ้าน เพื่อทำความเข้าใจต่อความรู้สึกนึกคิดของ

ชาวบ้าน หรือ”พิจารณาถึงจิตใจของประชาชน” เพราะรากฐานทางประเพณี และวัฒนธรรม

ที่ฝังอยู่ในจิตใจของประชาชน ย่อมแยกไม่ออกจากวิถียังชีพของประชาชน ดร.ป๋วย ยัง

ต้องการให้มีการพัฒนาจิตสำนึกทางการเมืองของประชาชนควบคู่กันไปด้วย นั่นคือต้องการ

ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง

ดร.ป๋วย วิจารณ์ว่า รัฐธรรมนูญฉบับต่าง ๆ มักจะร่างโดยกลุ่มคนชั้นสูง ประชาชนธรรมดาแทบจะไม่มีส่วนร่วมเลย จึงได้เรียกร้องให้ราษฎรธรรมดามีโอกาสและมีส่วนร่วมในกฎหมายสูงสุดของประเทศ

Image

              ผู้ที่นำความคิดเศรษฐกิจชุมชน และธุรกิจชุมชนมาใช้ในประเทศไทยและใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันน่าจะน่าจะเป็น โสภณ  สุภาพงษ์ เขาเขียนบทความเรื่อง เศรษฐกิจชุมชน:กุญแจสู่การพัฒนาชนบทในช่วงแผน ฯ 8 “ร่วมใจทำกันวันนี้” โสภณเสนอให้ใช้เศรษฐกิจชุมชนเป็นตัวที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง โสภณเห็นว่าในการประกอบธุรกิจต้องมีปัจจัยอย่างน้อย 6 อย่าคือ การตลาด การจัดการ ทุน ข้อมูล แรงงาน และวัตถุ ซึ่งเขาเห็นว่าชนบทไม่มีอะไรเลนอกจากแรงงาน ดังนั้นจึงต้องพึ่งภาคธุรกิจ ให้ธุรกิจช่วยชุมชนให้เกิดธุรกิจ

ภายใต้กรอบแนวคิดที่ว่า ธุรกิจชุมชนคือธุรกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนที่ต้องการกำไรเป็นการผลิตที่มิได้มุ่งเน้นผลตอบแทนในรูปของผลกำไรเท่านั้น หากแต่ยังเน้นให้ผลตอบแทนที่ได้รับกระจายสู่สมาชิกของชุมชนให้มากที่สุดนอกเหนือจากการใช้กำไรเพื่อขยายกิจการ

ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นตัวแปรแห่งความสำเร็จและความล้มเหลวของธุรกิจชุมชน ที่เป็นแนวทางให้ผู้ที่จะตั้งธุรกิจชุมชนต้องพิจารณาและนำมาสร้างสรรค์ให้เป็นจริงเพื่อความสำเร็จของธุรกิจชุมชน ได้แก่

1. ความสามารถในการระดมทุน

2. ความสามารถในการขยายกิจกรรม (สายงานการผลิตและการค้า)

3. รายได้ของผู้ร่วมธุรกิจชุมชน

4. ประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับ

5. ผลการดำเนินงานของธุรกิจชุมชน

6. การพึ่งพาภายนอกและการพึ่งตนเอง

 

ผู้ขียนสาระสังเขป : นางสาวสุนิศรา   คือใคร

Posted in Uncategorized | Leave a comment